Read Time:3 Minute, 39 Second
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ขับเคลื่อนโครงการ “ภาคเหนือโมเดล เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันอย่างยั่งยืน”



พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตระหนักถึงคุณค่าอเนก อนันต์ของน้ำ ทรงคํานึงว่าทุกสรรพสิ่งในสภาพแวดล้อมของมนุษย์นั้น จะเกื้อกูลซึ่งกันและกันได้หากรู้จักนําไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ เฉกเช่นเดียวกับพระราชดําริป่าเปียก เพื่อป้องกันไฟไหม้ป่านั้น จึงเป็นมรรควิธี ที่ทรงคิดค้นขึ้นจากหลักการที่แสนง่ายแต่ได้ประโยชน์มหาศาล กล่าวคือ ยามที่เกิดไฟไหม้ป่าขึ้นคราใด ผู้คนส่วนใหญ่ก็มักจะคํานึงถึงการแก้ปัญหา ด้วยการระดมสรรพกําลังกันดับไฟป่าให้มอด ดับอย่างรวดเร็ว แต่แนวทางใน การป้องกันไฟป่าในระยะยาวนั้น ยังดูเลือนรางในการวางระบบอย่างจริงจัง พระราชดําริป่าเปียก จึงเป็นพระราชดําริหนึ่งที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงแนะนําให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ทําการศึกษาทดลองจนได้รับผลสําเร็จเป็นที่น่าพอใจ โดยวิธีการสร้าง “ป่าเปียก” นั้น
ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จึงได้สนับสนุนให้หน่วยขึ้นตรง กองทัพภาคที่ 3 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ



รวมทั้งกองอำนวยการรักษา
ความมั่นคงภายในจังหวัด ทั้ง 17 จังหวัด ร่วมบูรณาการกับส่วนราชการ ภาคเอกชน และพี่น้องประชาชน
เพื่อคิดค้นโมเดลการแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควันอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า “โครงการเชียงใหม่โมเดล” มีความเป็นไปได้สูง จากหลักการที่ว่า “ลดเชื้อเพลิง และสร้างรายได้ให้รากหญ้า” ตอบโจทย์ได้ถึงต้นตอของปัญหา มีการทดสอบการปฏิบัติจริงมาแล้ว 2 ปี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 จึงต่อยอดด้วยการจัดทำโครงการ “ภาคเหนือโมเดล” เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควันอย่างยั่งยืนขึ้น มีขั้นตอนการดำเนินงาน 3 ขั้นตอน โดยเชียงใหม่โมเดล เป็นขั้นตอนที่ 1, โครงการป่าเปียก ลดเชื้อเพลิง สร้างรายได้ ขยายผลสู่ 6 จังหวัด เป็นขั้นตอนที่ 2 ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และมีโครงการภาคเหนือโมเดล 17 จังหวัด เป็นเป้าหมายสูงสุด ขั้นตอนสุดท้าย



