Read Time:4 Minute, 57 Second
พังงา-ดราม่า โซเชียลค้านวัดเตรียมรื้อถอนเรือนโบราณสมัยรัชกาลที่3 ด้านเจ้าอาวาสยันยังไม่มีการรื้อถอนหากจะอนุรักษ์ให้เข้ามาช่วยกัน





เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากเหตุการณ์ที่ นายชัยณรงค์ ณ นคร เลขานุการกองทุนสามพระยาบริรักษ์ภูธร (อดีตเจ้าเมืองพังงา) ได้โพสต์ภาพเรือนโบราณอายุกว่า100 ปี ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่วัดประชุมโยธี พระอารามหลวง ลงสื่อสังคมโซเชียล เฟซบุ๊ก พร้อมกับบรรยายว่า “ ความหดหู่ในหัวใจ ขึ้นไปบนเรือนของอดีต ท่านคุณทวด ท่านเจ้าคุณ อ้น ณ ถลาง ที่เป็นผู้สืบทอดมรดก มาจากเจ้าจอมยี่สุ่น เคยเป็นเจ้าเมืองภูเก็ต เป็นผู้ที่พระมหากษัตริย์ทรงยกย่อง ชมเชย เป็นผู้ที่มีพระคุณต่อวัดประชุมโยธี ได้ถวายพระพุทธรูป รุ่นเชียงแสน อายุราว1,000ปี ให้แก่วัดประชุมโยธี ตั้งชื่อพระพุทธรูปว่า “พระพุทธมงคลสำริดศากยมุนีศรีพังงา ” เป็นพระประจำจังหวัดพังงา เป็นผู้อุปถัมภ์มาชั่วสายสกุล และสร้างวัดแห่งนี้ #เรือนหลังนี้ ก็เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ของผู้คนหลายร้อยคน ที่ได้มาพักอาศัยเรือนแห่งนี้ อีกไม่นาน คำพูดของท่านเจ้าคุณอ้น ที่กล่าวว่าห้ามขาย อย่าทุบเรือน เก็บไว้ให้ลูกหลานได้อาศัย จะเป็นจริงหรือไหม รอผลตอบกลับ ในไม่ช้า” และบอกเล่าว่า “ เรือนหลังนี้ มีประวัติยาวนาน มาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่3 ผ่านถึงรัชกาลที่5 กล่าวกันว่า เป็นเรือนของท่านเจ้าจอมยี่สุ่น พระสนมในรัชกาลที่3 และเจ้าจอมเป้า ผู้เป็นน้องสาว เป็นพระสนมรัชกาลที่4 และท่านทั้ง2 เป็นผู้ร่วมกัน สร้างวัดควนหรือวัดประชุมโยธี พระอารามหลวงในปัจจุบัน หลายคนที่ไม่ทราบเรื่องราว ของเรือนหลังนี้ ทำการลบหลู่ ปรากฏว่า เจอดี ทุกราย แต่ถ้าเขารื้อได้สำเร็จ ก็ถือว่า เป็นความประสงค์ของเจ้าเรือน แต่เมื่อขณะที่รื้อ มีอาเพท ก็รับกรรมกันเอาเอง” ทำให้มีการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมากทั้งในสื่อออนไลน์ต่างๆ และประชาชาชนทั่วไป พร้อมกับแสดงความคิดเห็นต่างๆ ว่าไม่เห็นหากหากวัดจะทำการรื้อถอน บางคนก็บอกว่าเป็นวิศวกรพร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือซ่อมแซม บางคนบอกว่าพร้อมจะสมทบทุนบุรณะซ่อมแซม เรียกว่าเป็นประเด็นดราม่ากันในพื้นที่จังหวัดพังงาและภูเก็ตกันในช่วงนี้
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เข้าไปตรวจสอบเรือนโบราณหลังนี้ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านข้างวัดประชุมโยธี พระอารามหลวง เขตเทศบาลเมืองพังงา ซึ่งทางวัดได้จัดซื้อที่ดินแปลงนี้มาจากภาคเอกชน พบว่ามีสภาพเป็นบ้านร้างลักษณะ2ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ มีบันไดขึ้นชั้นบนทั้งซ้ายขวา มีสภาพชำรุดทรุดโทรม เป็นอย่างมาก ทางวัดได้ติดป้ายชำรุด ห้ามเข้าภายในตัวบ้าน ขณะที่พบว่ามีคนเข้ามาเยี่ยมชมถ่ายภาพกันเป็นระยะและบอกว่าอยากให้อนุรักษ์เรือนโบราณหลังนี้เอาไว้ จะเสียดายมากมีการรื้อถอนออกไป





