Read Time:5 Minute, 53 Second
ศรีสะเกษ แรงงานไทยคนแรกซื้อตั๋วเครื่องบินเองหนีตายกลับถึงบ้านเกิดแล้ว ก้มกราบเท้าพ่อแม่วอนรัฐบาลเร่งการช่วยเหลือแรงงานที่ประเทศอิสราเอลให้เร็วมากกว่านี้ เนื่องจากเมื่อลงทะเบียนแล้วไม่ทราบว่าจะได้บินกลับไทยวันไหนแน่นอน




เมื่อเวลา 20.45 น. วันที่ 16 ต.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 11 บ้านหนองคูเหนือ ต.โพนยาง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายอานนท์ หนุนชู นายอำเภอวังหิน พร้อมด้วย ดร.กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวศรีสะเกษ พ.ต.อ.ปรีชา สารถี ผกก.สภ.วังหิน นายสุริยะ สำเภา กำนันตำบลโพนยาง นาย สมชาย ศรีทา นายก อบต.โพนยาง และคณะ ได้นำชาวบ้านหนองคูเหนือ มารอให้การต้อนรับ นายธนาชัย จันสมุทร อายุ 32 ปี ชาวบ้านหนองคูเหนือที่ไปทำงานด้านการเกษตรอยู่ที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งนายธนาชัย ได้ซื้อตั๋วเครื่องบินด้วยตนเองไม่รอการช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยที่จัดส่งเครื่องบินไปรับ และมีกำหนดจะเดินทางกลับมาถึงบ้านในวันนี้ โดยมี นายวิชัย เลิศภัทรนันท์ แรงงานจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นางทัศนี ขจัดมลทิน จัดหางานจังหวัด นางรังสินี บุญทน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นายชัยรัตน์ ฉัตรศุภกุล ผอ.สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 38 ผู้แทนประกันสังคมจังหวัด ได้นำพ่อแม่และตายายไปรอต้อนรับ นายธนาชัย ที่สนามบินอุบลราชธานี จากนั้น จะรับนายธนาชัยเดินทางกลับมาบ้านเกิดที่บ้านหนองคูเหนือ ต.โพนยาง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนายธนาชัย ก้าวลงจากรถตู้ที่ส่วนราชการกระทรวงแรงงานจัดไปรับ ปรากฏว่า ได้มี ญาติพี่น้องพากันเข้าไปสวมกอดเพื่อให้การต้อนรับนายธนาชัย อย่างอบอุ่น ที่นายธนาชัย รอดตายจากสงครามและเดินทางกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย จากนั้น นายธนาชัย ได้เดินเข้าไปก้มลงกราบเท้าของ นายสดชัย จันสมุทร อายุ 55 ปี และนางทองอินทร์ จันสมุทร อายุ 50 ปี พ่อและแม่ของนายธนาชัย ซึ่งพ่อแม่ได้สวมกอดนายธนาชัย ด้วยความรักและห่วงใย จากนั้น พ่อแม่ญาติพี่น้องและคณะทุกคนได้นำเอาด้ายมาผูกแขนเพื่อเป็นการต้อนรับนายธนาชัยกลับสู่บ้านเกิด บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นมาก ขณะที่ ดร.กัลยาณี พร้อมด้วยทีม หน.ส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน ได้เข้าไปชี้แจงให้นายธนาชัย ได้ทราบถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากกระทรวงแรงงาน เนื่องจากว่า นายธนาชัย ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
นายธนาชัย จันสมุทร อายุ 32 ปี กล่าวว่า ตนไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค.2561 ไปทำงานแล้ว 4 ปีกับอีก 10 เดือน อีกเพียง 5 เดือนก็จะครบตามสัญญา ตนเป็นแรงงานไทยชาวศรีสะเกษคนแรกที่กลับมาถึงบ้านเกิด ทำให้ตนรู้สึกดีใจมากที่เอาสามารถเอาชีวิตรอดมาได้ ปกติแล้ววันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตนจะเดินทางไปเที่ยวกับพี่เพื่อนใกล้กับฉนวนกาซา แต่ว่าในวันนั้นนายจ้างสั่งให้ตนมาทำงานในวันเสาร์ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สู้รบพอดีจึงไม่ได้ลงไปกับเพื่อนแรงงานคนอื่นๆทำให้ตนโชคดีไม่ได้เข้าไปบริเวณที่มีการสู้รบ การที่ตนซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาเองนั้นก็เนื่องจากว่า ดูสถานการณ์สู้รบแล้วน่าจะไม่ยุติง่าย เพราะว่าข่าวในประเทศไทยก็ออกตลอดทำให้ทางบ้านเป็นห่วงมาก ซึ่งข่าวที่ออกไปตนเห็นว่าคนไทยน่าจะเสียชีวิตมากกว่านี้อาจจะค้นหายังไม่เจอก็มีเพราะว่าหายไปแบบติดต่อไม่ได้ก็มี ตนซื้อตั๋วเครื่องบินจำนวนเงิน 37,500 บาท หากสงครามอิสราเอลสงบแล้วตนจะไม่กลับไปทำงานอีกอย่างเด็ดขาดเพราะว่าพื้นที่ที่ตนอยู่เสี่ยงมาก ต่อไปภัยการสู้รบอาจจะมาถึงพื้นที่ที่ตนอยู่ได้เพราะว่าการสู้รบใกล้จะมาถึง.ที่ตนทำงานอยู่แล้ว โชคดีที่ทหารตำรวจของอิสราเอลสกัดเอาไว้ได้



