Read Time:3 Minute, 44 Second
ศรีสะเกษ นพ.สาธารณสุขจังหวัดเผยน้ำท่วมทำให้ชาวบ้านป่วยเป็นโรคน้ำกัดเท้าพุ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของศรีสะเกษ ป้องกันได้ด้วยการเช็ดเท้าให้แห้ง หากมีบาดแผลควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดแล้วทาด้วยยาฆ่าเชื้อ



เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองบัวไชยวาน ต.โนนสัง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นพ.ทนง วีระแสงพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ พร้อมด้วย นพ. พิเชษฐ์ จงเจริญ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ นพ.อดุลย์ โบจรัส ผอ.รพ.กันทรารมย์ ได้นำคณะแพทย์ พยาบาล เดินทางโดยรถยนต์ทหารและรถแทรคเตอร์ นำเอาเครื่องอุปโภคบริโภค น้ำดื่ม ยารักษาโรค ไปมอบให้กับชาวบ้านหนองบัวไชยวาน จำนวน 3 หมู่บ้านที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมรอบหมู่บ้าน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ซึ่ง นพ.ทนง ได้นำคณะแพทย์ไปเยี่ยมและทำการตรวจรักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วยต่าง ๆ มอบยารักษาโรคให้กับผู้ป่วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยติดเตียง นพ.ทนง ได้นำคณะแพทย์เข้าไปดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยด้วยความห่วงใยอย่างเต็มที่ โดยมี นายทองวรรณ จิตโชติ นายก อบต.โนนสัง พร้อมด้วย ผู้นำชุมชน อสม. มาคอยอำนวยความสะดวกในการเยี่ยมและตรวจรักษาผู้ป่วยที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้



นพ.ทนง วีระแสงพงษ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่เกิดน้ำท่วมในเขตพื้นที่ จ.ศรีสะเกษเป็นบริเวณกว้างในขนาดนี้นั้น ปรากฏว่าขณะนี้ประชาชนชาวศรีสะเกษกำลังป่วยเป็นโรคน้ำกัดเท้าจำนวนมากเป็นอันดับ 1 ของ จ.ศรีสะเกษประมาณ 90% ของผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลทุกแห่ง ซึ่งตอนนี้ตนจะเน้นในการเข้าไปดูแลผู้ป่วยที่ศูนย์อพยพทุกแห่งและกลุ่มที่ติดอยู่ในบ้านในพื้นที่น้ำท่วมที่ออกมาไม่ได้ ในจุดพักพิงนี้ซึ่งไม่ได้อยู่บ้านออกมาไม่ได้ ไม่ได้รับความสะดวกทั้งด้านอุปโภค บริโภค เราได้ส่งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่และหน่วยปฐมพยาบาลออกไปตรวจเยี่ยม ซึ่งระหว่างตรวจเยี่ยมใครมีอาการเจ็บป่วยอะไรเราก็เข้าไปดูแลรักษาพยาบาลให้ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือกลุ่มที่เป็นผู้ป่วยโรคเรื้อรังอยู่แล้วก็ได้มอบนโยบายให้ทุกแห่งห้ามมิให้ผู้ป่วยขาดยาอย่างเด็ดขาดเนื่องจากว่าเป็นโรคที่จะต้องกินยาต่อเนื่องส่วนใหญ่การขาดยาก็คือยาหมดไม่สามารถที่จะเดินทางออกมารับการรักษาพยาบาลได้ หรือมารับยาที่โรงพยาบาลไม่ได้ หรือ รพ.สต.ได้ ตนได้สั่งการให้ทีม รพ.สต.ที่มีรายชื่อผู้ป่วยอยู่แล้วและได้รับการติดต่อจากตัวผู้ป่วยเองจัดการนำเอายาไปส่งมอบให้ที่ศูนย์พักพิงและที่อยู่ที่บ้าน และส่วนหนึ่งก็คือมียาอยู่แต่พอดีดีน้ำท่วม มาอยู่ที่ศูนย์พักพิงไม่ได้เอายาออกมาจากบ้านทำให้ไม่ได้กินยาอย่างต่อเนื่อง ตนก็ได้เน้นย้ำให้นำเอายาไปเพิ่มเติมให้แก่ผู้ที่มีโรคประจำตัวทำให้ผู้ป่วยได้มียากินต่อเนื่อง ส่วนผู้ป่วยติดเตียงที่มีอยู่จำนวนมากแต่ละพื้นที่ เราก็ได้ให้ทางแพทย์ออกไปประเมินถ้าเปรียบเทียบแล้วสถานที่พักพิง มีความเสี่ยงไม่ได้รับความปลอดภัยก็จะให้ออกมายังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า เช่นอาจจะเป็นจุดพักพิงที่มีสถานที่รั้วรอบขอบชิด โดยไม่ต้องออกมาที่โรงพยาบาลก็ได้



