Read Time:3 Minute, 30 Second
ศรีสะเกษ ประธานชุมชนหนองหมูร่ำไห้บ้านถูกน้ำท่วมถึงหลังคาขณะที่บ้านของชาวบ้านอีกกว่า 100 หลังจมใต้น้ำเสียหายหมด ขอบคุณทุกส่วนราชการที่ช่วยเหลือดูแลเต็มที่




เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ชุมชนหนองหมู ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นชุมชนมีบ้านเรือนของชาวบ้านอาศัยอยู่จำนวน 170 หลังคาเรือนและอยู่ติดกับลำห้วยสำราญ ปรากฏว่าน้ำจากลำห้วยสำราญได้ไหลทะลักเข้าไปท่วมบ้านเรือนของชาวบ้านจมใต้น้ำ ชาวบ้านต้องพากันหอบข้าวของมีค่าหนีน้ำท่วมไปอยู่ริมถนนเฉลิมราชย์ 60 ปี ซึ่งเช้าวันนี้ นางพะเยาว์ โสดาลี ประธานชุมชนหนองหมู และนายกุมาร เหมือนคิด อายุ 46 ปี อาชีพ รับจ้างทั่วไป อยู่บ้านเลขที่ 321/125 ม.8 ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้พากันพายเรือเข้าไปดูบ้านของตนเอง เนื่องจากว่า นับตั้งแต่น้ำท่วมชุมชนหนองหมู นางพะเยาว์ ไม่มีเวลาเข้าไปดูแลบ้านของตนเอง เพราะว่า ต้องคอยประสานกับส่วนราชการและผู้ใจบุญที่ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือชาวบ้าน เมื่อพายเรือเข้าไปในชุมชนพบว่า บ้านเรือนจำนวนมากถูกน้ำท่วมสูงถึงหลังคาบ้าน บ้านหลายหลังถูกน้ำท่วมจนมองไม่เห็นหลังคา ซึ่งนายกุมาร ได้พายเรือไปดูบ้านของตนเองพบว่า น้ำท่วมถึงหลังคาบ้านขณะที่บ้านอีกหลังที่เพิ่งสร้างขึ้นมาได้ เพื่อเก็บของต่างๆ หนีน้ำท่วม ปรากฏว่า น้ำท่วมทำให้ข้าวของเสียหายบางส่วน



นายกุมาร เหมือนคิด อายุ 46 ปี อาชีพ รับจ้างทั่วไป กล่าวว่า ตนกับครอบครัวขนข้าวของหนีน้ำท่วมตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วช่วงที่น้ำเริ่มท่วม และได้สร้างที่เก็บของยกพื้นสูงเพื่อเก็บข้าวของต่าง ๆ รับน้ำท่วม แต่ว่า ทั้งบ้านและที่เก็บของน้ำท่วมเสียหายหมด ตนรู้สึกเสียใจแต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะว่าอยู่ที่ตรงนี้จึงถูกน้ำท่วม ตนและครอบครัวไม่มีที่อยู่ จึงต้องอยู่ตรงนี้และถูกน้ำท่วมทุกครั้งที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ เงินทองหามาได้ต้องใช้ดูแลครอบครัวและซ่อมแซมบ้านทำให้ตนและครอบครัวมีฐานะยากจนอย่างถาวร
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไปว่า ต่อมา นางพะเยาว์ โสดาลี ประธานชุมชนหนองหมู และนายกุมาร เหมือนคิด ได้พายเรือไปดูบ้านของนางพะเยาว์ โดยตั้งแต่ถูกน้ำท่วม นางพะเยาว์ไม่เคยมีเวลาเข้าไปดูแลบ้านของตนเอง ต้องประสานกับทุกส่วนราชการเพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน ปรากฏว่าเมื่อนางพะเยาว์เข้าไปถึงบ้านพบว่า น้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้ท่วมบ้านของนางพะเยาว์ถึงหลังคาบ้าน ส่วนบ้านอีกหลังหนึ่งที่อุตส่าห์เก็บออมเงินมานานหลายสิบปีเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อเดือนเมษายน 65 ที่ผ่านมา น้ำได้ท่วมจนมองไม่เห็นหลังคา ทำให้ นางพะเยาว์ ถึงกับปล่อยเสียงร่ำไห้ออกมาด้วยความเศร้าเสียใจอย่างหนัก ที่เห็นบ้านของตนเองเป็นแบบนี้ ขณะที่บ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงก็ถูกน้ำท่วมถึงหลังคาบ้านทุกหลังเช่นกัน



