Read Time:4 Minute, 26 Second
ศรีสะเกษ คืบหน้าพ่อเมายาหยอกลูกสาว 24 วันเตรียมยื่นศาลขอให้สั่งย่ามีอำนาจปกครองน้องมาเฟียแทนพ่อ เพื่อให้เซ็นยินยอมให้น้องมาเฟียไปอยู่ สปป.ลาวกับแม่



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ แม่ชาวลาวโพสต์ในสื่อโซเชี่ยนเป็นภาพเหตุการณ์ที่พ่อเมายาบ้าแล้วหยอกลูกอายุเพียง 24 วันอย่างรุนแรง จนเกรงว่า จะได้รับอันตรายและต่อมาซองดูฮี และเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ราษีไศล ได้เข้ามาช่วยเหลือและจับกุม นายณัฐพล บัวหุ่ง อายุ 26 ปี ไปดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และล่าสุดศาล จ.ศรีสะเกษ ได้สั่งปรับนายณัฐพล 4,000 บาท แต่เนื่องจากว่า ไม่มีเงินชำระค่าปรับจึงได้ยื่นขอบำเพ็ญประโยชน์ ศาลจึงได้อนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาไปเมื่อช่วงเวลาประมาณ 16.00 น. ของวันที่ 8 ส.ค.65 โดยจะต้องมารายงานตัวบำเพ็ญประโยชน์ตามกำหนด ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น



ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ นายศราวุธ ทรงโฉม นายอำเภออุทุมพรพิสัย ได้เป็นประธานในการประชุมทีมสหวิชาชีพเพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก
กรณีน้องมาเฟีย อายุ 24 วัน โดยมี น.ส.เกษศิรินทร์ บุญเชิญ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ศรีสะเกษนายกัน จอมพลัง คณะทำงานและติดตามผลงาน ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา เขต 1 และคณะของ ซองดูฮี เข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งขณะนี้ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ศรีสะเกษ ได้รับตัวแม่และเด็กเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพในบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษแล้ว โดยนายอำเภออุทุมพรพิสัยและนายกัน จอมพลัง ได้เข้าไปเยี่ยมนางวันนา กับลูกสาว ซึ่งพบว่า อยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวอย่างมีความสุข ซึ่งนายกัน จอมพลัง ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับนางวันนา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้นด้วย
นายศราวุธ ทรงโฉม นายอำเภออุทุมพรพิสัย กล่าวว่า สำหรับการประชุมในวันนี้ได้รับความร่วมมือจากสหวิชาชีพ โดยท่านอัยการคุ้มครองสิทธิ์ ตม.จ.ศรีสะเกษ ปลัดอำเภอผู้แทนนายอำเภอราษีไศล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต.บัวหุ่ง ศูนย์คุ้มครองเด็กของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในส่วนของพื้นที่ได้พิจารณาความช่วยเหลือโดยที่จะหาทางออกให้กับแม่ลูกทั้ง 2 คนได้เดินทางกลับไปที่ สปป.ลาวโดยปลอดภัยทั้งนี้จะต้องมีการรักษาสถานภาพโดยเฉพาะเด็กเองซึ่งเป็นคนไทยมีสัญชาติไทย เพื่อที่เขาจะได้ใช้ชีวิตอยู่กับมารดาที่สปป.ลาวอย่างปกติสุขต่อไป สำหรับในส่วนขั้นตอนของการทำหนังสือเดินทางนั้น อยากจะให้ทำหนังสือเดินทางในส่วนของประชาชนคนไทยและประชาชนสัญชาติ สปป.ลาวด้วย เนื่องจากว่าเด็กหญิงมาเฟียถือสัญชาติตามบิดาซึ่งเป็นคนไทยเมื่อเข้าสู่ประเทศ สปป.ลาวแล้ว ก็อยากจะให้ทำหนังสือเดินทางของ สปป.ลาวด้วยตามสัญชาติของมารดาเพื่อที่จะสามารถใช้ชีวิตใน สปป.ลาวโดยปกติต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังติดขัดอยู่ที่พ่อของน้องมาเฟียยังไม่ยอมเซ็นหนังสือยินยอมให้น้องมาเฟียไปทำหนังสือเดินทางได้ ทำให้มีแนวทาง 2 ด้านคือ การยื่นต่อศาลเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ย่าคือแม่ของนายณัฐพล มีอำนาจปกครองน้องมาเฟียแทนพ่อคือนายณัฐพล ซึ่งจะต้องใช้เวลานาน และอีกด้านก็คือการให้หลายฝ่ายเข้าไปเจรจากับนายณัฐพล เพื่อให้นายณัฐพลความยินยอมให้น้องมาเฟียทำหนังสือเดินทางเพื่อไปอยู่กับแม่ที่ สปป.ลาวได้



