Read Time:4 Minute, 39 Second
ศรีสะเกษ ครู น.ร.เผาพริกเกลือหน้าศาลหลักเมืองค้าน พ.ร.บ.การศึกษา เรียกร้องให้ พรรคการเมือง ส.ส. สว. และประธานรัฐสภา ให้พัก ชะลอ หยุด ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับนี้ไว้ก่อน เพื่อสร้างปรับแก้ใหม่ ให้สมบูรณ์สูงสุดส่งผลต่อระบบการศึกษาชาติต่อไป




เมื่อวันที่ 16 ก.พ. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองศรีสะเกษ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้มีกลุ่มสมาชิกชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ นำโดย นายสุนทร กุมรีจิตร ประธานชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำคณะครู น.ร.จาก 4 เขตพื้นที่การศึกษาทั่วทั้ง จ.ศรีสะเกษ พร้อมใจกันแต่งชุดดำ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์แทนครูทั้ง จ.ศรีสะเกษ พร้อมกับชูป้ายต่อต้านคัดค้านไม่เอา ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. …. ฉบับใหม่ ที่กำลังมีการพิจารณาอยู่ในขณะนี้ โดยมี นายวิทยา พันธุ์เพ็ง ที่ปรึกษาชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ นายวิสัย เขตสกุล เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) คณะกรรมการบริหารชมรมฯ สมาคม ผู้แทนสมาชิก ครูและบุคลากรทางการศึกษา น.ร. ภายใน จ.ศรีสะเกษ จำนวนมาก พากันนำเอาพริก เกลือ มาทำการตั้งเตาไฟเผาพริก เกลือ เพื่อขออำนาจความศักดิ์สิทธิ์ของศาลหลักเมืองศรีสะเกษ โปรดดลจิตดลใจให้ผู้มีอำนาจให้พักและชะลอการนำเข้าร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ..ไม่ให้เข้าไปประชุมพิจารณาในสภาผู้แทนราษรฏร โดยตามกำหนดการจะมีการนำร่าง พ.ร.บ.ดังวกล่าวนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฏรในวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.66)



นายสุนทร กุมรีจิตร ประธานชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า จากการที่รัฐสภามีการนำเข้าและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…(ฉบับผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญฯ) เริ่มพิจารณามาตรตราแรกเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 เป็นต้นมา ชมรมครูประถมศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย (ส.ค.ท.) ได้ติดตามร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาโดยตลอด และเห็นว่าร่างพ.ร.บ.การศึกษาฉบับนี้ ไม่ส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษาที่จะพัฒนาประเทศ และไม่ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พ.ร.บ.ฉบับนี้จะสร้างความแตกแยก มากกว่าการสร้างความสามัคคีสงบสุข มั่นคงของคนในชาติ ดังสาระที่ปรากฏในมาตราต่างๆ ดังนี้
1.พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูง และไม่ใช่วิชาชีพควบคุม ต่างจากพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพราะให้บุคคลธรรมดา คนทั่วไปใครก็จัดการศึกษาได้ ตามมาตรา 11, 13, และมาตรา 48 วรรค 2
2.ไม่ให้รัฐจัดการศึกษาภาคบังคับตามมาตรา 48 มาตรา 11 และมาตรา 110 ข้าราชการครูผู้จัดการศึกษา ทั้งผู้สอนและผู้บริหาร สถานศึกษาปฐมวัย ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐ จะต้องถูกให้ออกจากราชการในไม่ช้าในที่สุด 3.เด็กนักเรียนบ้านนอกยากจนด้อยโอกาสขาดแคลนทั่วประเทศ หมื่นกว่าโรงเรียนต้องออกเดินทางไปเรียนโรงเรียนที่อยู่หมู่บ้านอื่นตามมาตรา 14(9) ยุบควบรวมโรงเรียน เด็กๆจะออกกลางคันไม่จบการศึกษาภาคบังคับเป็นจำนวนมาก



