Read Time:3 Minute, 40 Second
ศรีสะเกษ ชมรมครูประถมศึกษาเรียกร้องต่อประธานรัฐสภาไม่ให้นำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…บรรจุเข้าวาระการประชุมวาระ 3 และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการที่มีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย ที่มีความรู้ประสบการณ์ และเคยทำงานเรื่องการศึกษามาอย่างเชี่ยวชาญขึ้นใหม่ โดยใช้ร่างเดิม และนำร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 เป็นต้นร่าง




เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมดอยตุง ร.ร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ดร.สุนทร กุมรีจิตร ประธานชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ ได้เป็นประธานในการประชุมแกนนำคณะกรรมการชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ เพื่อร่วมกันปรึกษาหารือเกี่ยวกับการคัดค้านเรียกร้องไม่ให้ประธานรัฐสภาไม่ให้นำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…บรรจุเข้าวาระการประชุมวาระ 3 เนื่องจากชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษและข้าราชการครูทั่วประเทศไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ…ในหลายประเด็นด้วยกัน โดยมี นายเอกอมร ใจจง หัวหน้าสำนักงานและประธานยุทธศาสตร์ชมรมฯ พร้อมด้วย นายศราวุธ วามะกัน เลขาธิการชมรมฯ นายสัมพันธ์ ไทยสรวง ผอ.ร.ร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ ผู้นำครูสังกัด สพป. ศรีสะเกษ เขต 1-4 มาร่วมประชุมหารือในครั้งนี้ จากนั้น ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทุกแขนง



ดร.สุนทร กุมรีจิตร ประธานชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า จากกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีแสดงความเป็นห่วงในที่ประชุม (ครม.) เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….ที่อยู่ในการพิจารณาของรัฐสภาว่า เป็นกฎหมายปฏิรูป รื้อระบบการศึกษาหลายอย่าง และมีปัญหาในหลายมาตรา ที่จะทบทวนเป็นครั้งสุดท้ายในกรรมาธิการ จึงขอให้ที่ประชุม ครม.มอบหมายให้วิปสภาไปพูดคุยกับวิปวุฒิสภา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไปเจรจากันในการที่จะปรับปรุงแก้ไขประเด็นเหล่านี้เสีย ซึ่งชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ ขอขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างยิ่งที่ผู้ใหญ่ในคณะรัฐบาลได้กรุณาห่วงใย ติดตาม ตรวจสอบสาระในบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อันจะส่งผลประโยชน์ยิ่งต่อประเทศชาติ และให้มีการทบทวน
ดร.สุนทร กุมรีจิตร ประธานชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ กล่าวต่อไปว่า ชมรมครูประถมศึกษา จ.ศรีสะเกษ ขอแถลงจุดยืนความจำเป็นต้องปรับแก้ประเด็นสำคัญในอีกหลายมาตรา อันเนื่องด้วยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่ตอบโจทย์ประเทศ ไม่ส่งผลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง และสงบสุข ในสาระสำคัญร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ….(ฉบับผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญฯ) คือ 1. รัฐไม่จัดการศึกษา จะนำมาซึ่งความแตกแยกทางความคิดของคนในชาติ สู่การล้มเจ้าไม่เอาสถาบัน จะเกิดความไม่สงบทางสังคมและความวุ่นวายทางการเมืองการปกครอง ตามนัยมาตรา 11 (1) (3) และ 48 วรรค 2 2. เด็กและผู้ปกครองไม่ได้รับโอกาสจากครูดีที่มีมาตรฐานและคุณภาพ เพราะคนทั่วไปใครก็เป็นครูได้ การศึกษาล้มเหลว มาตรา ม.11 34, 35 และ 42



