ศรีสะเกษ หนุ่มกันทรลักษ์ป่วยจิตเวชคลั่งปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านนานกว่า 27 ชม. นายอำเภอกันทรลักษ์เข้าเกลี้ยกล่อมยังไม่ยอมลงจากหลังคาบ้านตากแดดตากฝนข้ามวันข้ามคืน ต้องจัดเจ้าหน้าที่ ตร. กู้ภัย เจ้าหน้าที่ รพ.สต.คอยเฝ้าเพื่อให้ผู้ป่วยจิตเวชยอมลงมาเอง เนื่องจากว่า หลังคาบ้านเป็นเมทัลชีทหากให้เจ้าหน้าที่ขึ้นไปนำตัวลงมาอาจจะไม่ปลอดภัย




เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 94 ม.16 บ้านศรีพนมทอง ต.สังเม็ก อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 16 ต.สังเม็กว่า มีชายคนหนึ่งมีลักษณะป่วยด้วยอาการจิตเวช ได้ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านเลขที่ดังกล่าวตั้งแต่เวลาประมาณ 20.30 น.ของวันที่ 4 ก.ย.2565 จนถึงขณะนี้ ยังไม่ยอมลงจากหลังคาบ้าน จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่า บนหลังคาบ้านซึ่งเป็นบ้านแบบ 2 ชั้น มีชายคนหนึ่งสวมกางเกงขาสั้นตัวเดียวไม่สวมเสื้อ นั่งอยู่บนหลังคาบ้านและบางครั้งก็เดินไปมาบนหลังคาบ้านซึ่งเป็นหลังคาที่มุงด้วยเมทัลชีท ทำให้บนหลังคาสภาพอากาศร้อนมาก โดยชายดังกล่าวจะพูดจาวกวน ซึ่งนายอำเภอกันทรลักษ์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.สังเม็ก และพ่อของชายที่อยู่บนหลังคาได้พยายามเจรจาเพื่อขอให้ลงมาจากหลังคาบ้าน แต่ว่าชายคนดังกล่าวก็ยังไม่ยอมลงจากหลังคาบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กันทรลักษ์ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.สังเม็ก และเจ้าหน้าที่กู้ภัย อบต.สังเม็ก ร่วมกับพ่อแม่ญาติพี่น้องคอยเฝ้าอยู่รอบบริเวณ



นายสุกิจ เหลืองสกุลไทย นายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า ชายคนที่ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้านชื่อ นายกันตร์พี ปัญญาคม อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 194 ม.16 บ้านศรีพนมทอง ต.สังเม็ก ซึ่งมีอาการป่วยทางจิตเวช ได้เดินทางกลับมาจากกรุงเทพเมื่อวันที่ 3 ก.ย.2565 เนื่องจากว่า นายกันตร์พี มีอาการป่วยทางจิตเวช ได้เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.แห่งหนึ่งแล้ว แต่ว่าอาการยังไม่หาย ดังนั้น ภรรยาและญาติจึงจะให้กลับมาพักรักษาตัวที่บ้าน โดยมีภรรยาของนายกันตร์พีมาส่ง จากนั้น ได้เดินทางกลับไปทำงานต่อที่กรุงเทพ ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของคืนวันที่ 4 ก.ย. 2565 นายกันตร์พี ได้ปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาบ้าน และไม่มีใครรู้ว่าขึ้นไปทางด้านใด บรรดาญาติพี่น้องร่วมกับตนและเจ้าหน้าที่ ได้พยายามพูดเกลี้ยกล่อมเพื่อให้นายกันตร์พี ลงมาจากหลังคาบ้าน แต่ว่านายกันตร์พี ก็ไม่ยอมลงมาและบ่นพร่ำเพ้อมีลักษณะคล้ายกับน้อยใจภรรยาที่ได้นำเอาตัวเองมาส่งไว้ที่บ้าน



